12 ข้อกฏหมายจักรยานที่นักปั่นควรทราบ

จราจร1-bahis48

12 ข้อกฏหมายจักรยานที่นักปั่นควรทราบ 

1. จักรยานคืออะไร?

จากมาตรา 4 พรบ. จราจรทางบกปี 2522 คำนิยามของจักรยานคือ “รถที่เดินด้วยกำลังของผู้ขับที่มิใช่เป็นการลากเข็น”

2. แล้วจักรยานไฟฟ้าหละ?

มาตรา 4 บอกว่า จักรยาน 2 ล้อที่เดินด้วยกำลังไฟฟ้าหรือพลังงานอื่นๆ มีสถานะเป็นรถจักรยานยนต์ เพราะต้องปฏิบัติตามกฏจราจรเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ และถ้ามีเครื่องยนต์ปริมาตรกระบอกสูบเกิน 50 cc. ก็ต้องนำไปจดทะเบียนทะเบียนและทำประกันภัยด้วย

3. มีคนซ้อนจักรยานผิดกฏหมายหรือเปล่า?

มาตรา 18 ใน พรบ. ระบุว่า “รถจักรยานสองล้อ ให้บรรทุกของอย่างเดียวได้ไม่เกิน 30 กิโลกรัม” นั่นหมายความว่า ตามกฏหมายแล้วจักรยานบรรทุกคนไม่ได้ครับ แต่แบกของได้ 30 กิโลกรัม ว่ากันตามชีวิตจริงคงไม่มีใครจับถ้าเราจะให้เพื่อนนั่งซ้อนท้าย แต่เมื่อเกิดเรื่องหรืออุบัติเหตุขึ้นมา ข้อนี้ต้องพึงระวังไว้

คุณอาจจะคิดว่าจักรยานนี่จะจอดตรงไหนก็ได้ แต่จริงๆ กฏหมายก็มีข้อห้ามเรื่องนี้ไว้ชัดเจนครับ มาตรา 57 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ (รวมถึงผู้ใชัจักรยานด้วย) จอดยานพาหนะไว้ 15 ข้อ มีอะไรบ้าง?

  • บนทางเท้า
  • บนสะพานหรือในอุโมงค์
  • ในทางร่วมทางแยก หรือระยะ 10 เมตรจากทางร่วมทางแยก
  • ในทางข้าม หรือระยะ 3 เมตรจากทางข้าม
  • ในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามจอดรถ
  • ในระยะสามเมตรจากท่อดับเพลิง
  • ในระยะสิบเมตรจากที่ติดตั้งสัญญาณจราจร
  • ในระยะสิบห้าเมตรจากทางรถไฟผ่าน
  • ห้ามจอดซ้อนกันกับรถอื่นที่จอดอยู่ก่อนแล้ว
  • ตรงปากทางเข้าออกอาคารหรือทางเดินรถ หรือในระยะ 5 เมตรจากปากทางเดินรถ
  • ระหว่างเขตปลอดภัยกับของทาง หรือในระยะ 10 เมตรนับจากปลายสุดของเขตปลอดภัยทั้งสองข้าง
  • ในที่คับขัน (!)
  • ในระยะ 15 เมตรก่อนถึงเครื่องหมายหยุดรถประจำทาง และเลยเครื่องหมายไปอีกสามเมตร
  • ในระยะ 3 เมตรจากตู้ไปรษณีย์
  • ในลักษณะกีดขวางทางจราจร

5. ขี่จักรยานยังไงถึงเรียกว่าผิดกฏหมาย?

ในหมวดนี้กฏหมายก็ครอบคลุมเช่นกันครับ จริงๆ เป็นกฏห้ามที่ใช้กับผู้ขับขี่รถทุกชนิดแต่นั่นก็รวมถึงนักปั่นด้วย ข้อห้ามมี 8 ข้อ จากมาตรา 43

  • เมื่อหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ (เช่นบาดเจ็บ เหนื่อยล้า ง่วงนอน….)
  • เมื่อเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น (ถึงจะไม่โดนจับเป่าเช็คแอลกอฮอล์ แต่เมาก็ไม่ควรปั่นนะครับ)
  • ในลักษณะกีดขวางจราจร (เช่นกินเลน คร่อมเลน ขวางทางรถเร็ว)
  • โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
  • ในลักษณะที่ผิดวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านในด้านหนึ่งหรือทั้งสองได้พอแก่ความปลอดภัย
  • บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร (!)
  • โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนผู้อื่น

6. ต้องติดอุปกรณ์อะไรบ้าง?

ว่ากันตามกฏหมาย มาตรา 80 ผู้ใช้จักรยานในทางเดินรถยนต์ต้องมีอุปกรณ์ 4 อย่างครับ

  • กระดิ่ง: ที่ให้เสียงได้ยินในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร
  • เครื่องห้ามล้อ (เบรค): ที่ใช้การได้ดี สามารถหยุดจักรยานได้ทันที
  • ไฟหน้าแสงขาว: ต้องส่องเห็นพื้นทางได้อย่างน้อย 15 เมตร และสว่างพอที่ผู้ขับเลนตรงข้ามมองเห็นด้วย
  • ไฟท้ายแสงแดง: ที่ให้แสงสว่างตรงไปข้างหลัง หรือติดวัตถุสะท้อนแสงสีแดงแทน

มาตรา 81 เพิ่มเติมว่าติดไฟอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องเปิดไฟหน้าให้รถที่ขับสวนทางมาเห็นชัดด้วย

7. จักรยานปั่นได้เร็วสุดกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง?

เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันไม่มีกฏหมายบังคับความเร็วสูงสุดของจักรยานครับ เพราะกำหนดความเร็วใน พรบ. ไม่ได้รวมจักรยานสองล้อ แต่ก็ใช่ว่าเราจะซิ่งได้นะครับ (ว่ากันตามความจริง ถ้าไม่ใช่ทางลงเขาจักรยานก็ปั่นกันไม่เกิน 40–45 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องเป็นระดับนักกีฬาถึงจะปั่นได้เร็วขนาดนั้น)

อย่างไรก็ดี มีกฏที่บังคับว่าผู้ใช้จักรยานไม่ควรปั่นในลักษณะที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน เพราะจะเป็นความผิดทางกฏหมายจราจรนั่นเองครับ

8. ประสบอุบัติเหตุต้องทำยังไง?

ผู้ขับขี่จักรยานก็มีความรับผิดชอบไม่ต่างจากผู้ใช้ยานพาหนะอื่นๆ ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด ก่อความเสียหายให้กับผู้อื่นครับ มาตรา 78 ระบุว่าเราต้องหยุดรถและให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ก็ดี

9. ต้องใส่หมวกกันน๊อคหรือเปล่า?

ถึง DT จะเตือนให้ทุกคนใส่หมวกกันน๊อคก่อนออกปั่นทุกครั้ง แต่ในทางกฏหมาย ไม่ใส่หมวกจักรยานถือว่าไม่ผิดครับ กฏหมายจะบังคับเฉพาะผู้ขับขี่จักรยานยนต์เท่านั้น แต่ถึงจะไม่ผิดกฏหมายก็ต้องเซฟตัวเองครับ ใส่เถอะ

10. สิ่งที่นักปั่นไม่ควรทำ 7 ประการ

ในข้อ 5 ข้างต้นที่พูดถึงเรื่องข้อห้าม 8 ข้อ มาตรานั้นจะพูดถึงผู้ใช้รถทุกประเภท แต่ในมาตรา 83 นี้จะพูดถึงลักษณะท่าทางการปั่นสำหรับผู้ขับขี่จักรยานโดยเฉพาะ มีอะไรบ้าง?

  • ขับโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว
  • ขับโดยไม่จับคันบังคับรถ (ไม่ควรขับปล่อยมือ!)
  • ขับขนานกันเกินสองคัน เว้นแต่ในทางที่จัดไว้สำหรับจักรยาน (ตีคู่ ตั้งขบวนได้ แต่ไม่เกินสองคัน)
  • ขับโดยนั่งบนที่อื่นอันมิใช่อานที่จัดไว้เป็นที่นั่งตามปกติ (ปั่นโดยไม่นั่งบนอาน ว่าแต่ถ้ายืนปั่นจะผิดไหมนะ?)
  • ขับโดยบรรทุกบุคคลอื่น (ห้ามปั่นซ้อนท้าย)
  • บรรทุกหรือถือสิ่งของ หีบห่อใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางรถ หรือเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
  • เกาะหรือพ่วงรถอื่นที่กำลังแล่นอยู่ (ข้อนี้ชัดเลยครับ สำหรับคนที่ชอบจี้มอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์)

11. สัญญาณมือสำหรับนักปั่น

เคยเห็นเพจจักรยานไทยหลายๆ เพจได้แชร์ลักษณะการใช้สัญญาณมือจากเว็บจักรยานต่างประเทศ แต่จริงๆ แล้วของไทยก็มีเหมือนกันครับ และต่างกับของต่างประเทศด้วย ควรจะเรียนรู้กันไว้

ของเรามีระบุไว้เป็นกฏหมายเลยว่าต้องปฏิบัติยังไงบ้าง มาตรา 37 เขาพูดถึงเรื่องการให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามนี้ ลองดูภาพและวิดีโอประกอบครับ

  • ลดความเร็ว: ให้ยื่นแขนขวาออกไปเสมอไหล่ และโบกมือขึ้นลงหลายครั้ง
  • หยุดรถ: ให้ยื่นแขนขวาออกไปเสมอไหล่ ยกแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น
  • ให้รถคันอื่นแซง: ให้ยื่นแขนขวาออกไปเสมอไหล่ และโบกมือไปข้างหน้าหลายครั้ง
  • เลี้ยวขวาหรือเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา: ให้ยื่นแขนขวาไปนอกรถเสมอไหล่
  • เลี้ยวซ้ายหรือเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย:ให้ยื่นแขนขวาออกไปนอกรถเสมอไหล่ และงอข้อมือชูขึ้นโบกไปทางซ้ายหลายครั้ง

12. นักปั่นจะต้องปฏิบัติตัวยังไงบนท้องถนน?

ข้อนี้สำคัญที่สุด ใน พรบ. แยกไว้หลายมาตรา แต่เรารวมมาให้ตามนี้ครับ

  • ปั่นในทางจักรยานเมื่อมีทางจักรยานให้ปั่น: (มาตรา 79 ทางใดที่ได้จัดไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับในทางนั้น)
  • ปั่นชิดฝั่งซ้ายของถนนตลอดเวลา: (มาตรา 82 ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ ต้องขับขี่รถจักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น)

Post Author: U5Nb3b