แนวคิดกฎหมายใหม่เรื่องใบอนุญาตขับรถ “ออกยาก ยึดง่าย จ่ายแพง”

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 ได้เห็นชอบตามกรอบปฏิญญามอสโกกำหนดให้ “ปี พ.ศ. 2554 – 2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน (Decade of Action for Road Safety) ของประเทศไทย” โดยมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)

กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำแผนปฏิบัติการทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนซึ่งกำหนดเป้าหมายดำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนนให้บรรลุเป้าประสงค์ตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ต่อประชาคมโลก คือ การลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่ำกว่า 10 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ในปี พ.ศ. 2563 โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมรรถนะของผู้ใช้รถใช้ถนน (Road users) ให้มีความปลอดภัยและตระหนักรู้เกี่ยวกับวินัยและกฎระเบียบจราจรมากขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้ขับขี่ คือ ตัวแปรสำคัญที่สุดในการที่จะเพิ่มหรือลดปัญหาการจราจร

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาอุบัติเหตุจราจรยังเป็นสาเหตุหลักแห่งการเสียชีวิตของคนทั่วโลกปีละ 1 ล้านคน และบาดเจ็บพิการอีกกว่า 10 ล้านคน สำหรับประเทศไทยเองนับว่าเป็นประเทศที่สูญเสียจากอุบัติเหตุจราจรมากที่สุดในโลกตามสถิติขององค์การอนามัยโลก โดยอัตราการเสียชีวิตสูงถึงปีละ 25,000 คน ซึ่งหมายความว่าในแต่ละวันจะมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 36 – 50 คน หรือชั่วโมงละ 2 คน โดย 1 ใน 3 ของอุบัติเหตุเกิดกับวัยรุ่นอายุ 15 – 24 ปี สาเหตุจากการเมาสุราหรือแข่งขันใช้ความเร็วสูง ขับขี่ยามวิกาลไม่ใช้อุปกรณ์เสริมความปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่เหมาะสม

การสร้างจิตสำนึกของผู้ขับขี่จึงเป็นปราการสำคัญเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนที่มีสาเหตุหลักจากพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ โดยจุดเริ่มต้นของการสร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ได้แก่ กระบวนการในการออกใบอนุญาตขับขี่ที่มีปะสิทธิภาพ ซึ่งจากข้อมูลสถิติสะสมที่กลุ่มงานสถิติการขนส่ง กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก ได้รวบรวมวิเคราะห์ไว้เมื่อปี พ.ศ. 2555 พบว่า ประเทศไทยมีการออกใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ตลอดชีพไปแล้ว 5,987,650 ใบ และได้มีการออกใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวไปกว่า 2 ล้านใบ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีการออกใบอนุญาตขับรถในอัตราที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยพบว่าผู้ขออนุญาตส่วนใหญ่ล้วนเป็นเยาวชนซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุไม่ถึง 20 ปี) ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะเยาวชนเป็นผู้ที่ยังมีความอ่อนด้อยทั้งในด้านประสบการณ์และวัยวุฒิในการขับขี่โดยเฉพาะกลุ่มอายุต่ำว่า 25 ปี

นอกจากนี้ ช่องว่างของกฎหมายประกอบกับระบบและกลไกในการตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายจราจรที่ไม่สมบูรณ์ยังส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายลดความศักดิ์สิทธิลง เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายไม่สามารถใช้มาตรการควบคุมหรือบังคับโทษเกี่ยวกับการเพิกถอนหรือยึดใบอนุญาตขับรถสำหรับผู้ขับขี่ที่กระทำผิดกฎจราจรอย่างจริงจัง เข้าทำนอง “ยึดยาก” ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ขับขี่จำนวนมากที่ไร้ซึ่งจิตสำนึกและมีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎจราจร

Post Author: U5Nb3b