ศปถ.กำชับจังหวัดเข้มข้นสายหลัก ดูแลสายรอง คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ เพื่อสร้างสงกรานต์ปลอดภัย

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เมษายน 2560 เกิดอุบัติเหตุ 409 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 33 ราย ผู้บาดเจ็บ 420 คน

กำชับการบังคับใช้กฎหมายจราจร และคำสั่ง คสช. อย่างเคร่งครัด เน้นการปฏิบัติการในเส้นทางสายหลัก คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ เพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ รถจักรยานยนต์ และรถกระบะที่บรรทุกผู้โดยสารในลักษณะเสี่ยงอันตราย

ส่วนเส้นทางสายรองให้ด่านชุมชนใช้มาตรการทางสังคมในการป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย และส่งเสริมการเล่นน้ำตามประเพณีวิถีไทย พร้อมแนะผู้ใช้รถใช้ถนนยึดการปฏิบัติตามหลัก “4 ห้าม 2 ต้อง” เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2560 เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย

พลโท ธเนศ กาลพฤกษ์ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2560 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์

ภายใต้แนวคิด “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 409 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 33 ราย ผู้บาดเจ็บ 420 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 45.48 ขับรถเร็ว ร้อยละ 24.94 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 77.80 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.28 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.67 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 32.03 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 29.34 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 46.36

ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,025 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 63,299 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 603,474 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 93,564 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 27,081 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 26,465 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ อุบลราชธานี และนครราชสีมา (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (17 คน)

Post Author: U5Nb3b