ความปลอดภัยจากอุบัติเหตุการจราจรทางน้ำ

การจราจรทางน้ำ-1

การจราจรทางน้ำเป็นวิธีการเดินทางที่ใช้กันมาตั้งแต่ในอดีต ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่สะดวกและรวดเร็วกว่าการเดินเท้าและการใช้ยานพาหนะเทียมสัตว์ ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีการจราจรทางบกและทางอากาศที่มีความรวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น แต่การจราจรทางน้ำก็ยังคงมีความจำเป็นอยู่ การบรรทุกสินค้าครั้งละมากๆ ในการค้าขายระหว่างประเทศ การเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ หรือแม้แต่ในกรุงเทพมหานคร การใช้การจราจรทางน้ำก็ช่วยประหยัดเวลาได้มาก เนื่องจากการจราจรทางบกในกรุงเทพมหานครประสบปัญหาการจราจรคับคั่งอย่างมาก ซึ่งทำให้เสียเวลาในการเดินทางไม่น้อย การโดยสารเรือด่วน เรือประจำทาง เรือข้ามฟากกลายเป็นสิ่งจำเป็น เรือที่ใช้บรรทุกผู้โดยสารในปัจจุบันก็มีความเร็วสูงกว่าแต่ก่อนมาก รวมทั้งความนิยมในการใช้เส้นทางการจราจรทางน้ำมรมากขึ้น ซึ่งการจราจรทางน้ำที่คับคั่งสับสนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการจราจรทางน้ำได้ง่าย สำหรับปัญหาที่พบบ่อย เช่น ผู้ขับขี่ขับเรือด้วยความเร็วสูง การบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าอัตราที่กำหนด ผู้โดยสารไม่มีความชำนาญในการโดยสารเรือ

แนวทางป้องกันอุบัติเหตุจากการจราจรทางน้ำ มีดังนี้

1. คนขับเรือ ควรปฏิบัติดังนี้
– ต้องขับเรือด้วยความไม่ประมาท มีความระมัดระวังอยู่เสมอ
– ควรปฏิบัติตามกฎจราจรทางน้ำอย่างเคร่งครัด
– ไม่ขับเรือด้วยความเร็วสูงหรือขับเบียดแซงเรือลำอื่น และไม่สวนกันในระยะใกล้จนเกินไป
– คนขับเรือไม่ควรดื่มสุราหรือกินยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน
– คนขับเรือควรทีสภาพจิตใจที่มั่นคง เช่น ไม่โมโหง่าย ไม่ตกใจกลัวสิ่งใดง่าย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
– ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราเพราะอาจจะทำให้เรือล่มได้
– ผู้ขับขี่ควรมีความรู้ความชำนาญในการขับเรือ และควรผ่านการทดสอบและได้รับใบอนุญาตขับเรือจาก
กรมเจ้าท่าตามกฎจราจรทางน้ำ

2. ผู้โดยสาร ควรปฏิบัติดังนี้
– ควรขึ้นหรือลงเรือด้วยความระมัดระวัง และไม่แย่งกันขึ้นหรือลงเรือโดยสาร
– ยืนรอเรือโดยสารที่ท่าจอดเรือ ไม่ควรไปยืนรอที่โป๊ะ เพราะโป๊ะสามารถรับน้ำหนักได้จำกัด ถ้ามีผู้โดยสารไปยืนจำนวนมากอาจทำให้โป๊ะล่มและเกิดอุบัติเหตุได้
– ปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำแนะนำตักเตือนของผู้ควบคุมเรืออย่างชัดเจน
– ไม่นั่งบนกราบเรือหรือหลังคาเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ
– ไม่เอามือหรือเท้าราน้ำ เพราะอาจจะทำให้พลัดตกเรือได้ง่าย
– ควรฝึกว่ายน้ำให้เป็น ถ้าต้องโดยสารเรือเป็นประจำ
– ควรเตรียมตัวให้พร้อมในเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะในการเดินทางทัศนะศึกษาหรือท่องเที่ยวทางน้ำ ต้องเตรียมห่วงชูชีพ สวมเสื้อชูชีพไว้ให้พร้อมและเพียงพอ

3. เรือ
– ไม่ควรบรรทุกเกินอัตราที่กำหนดไว้
– ควรมีการตรวจสอบสภาพของเรือหรือเครื่องยนต์ของเรืออยู่เสมอ
– ควรจะมีเครื่องชูชีพและพร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ
– เรือควรมีสภาพมั่นคงแข็งแรง สามารถต้านแรงปะทะต่างๆได้

4. สภาพแวดล้อม
– ผู้ขับเรือควรรู้สภาพเส้นทางที่ต้องแล่นเรือผ่านว่ามีสิ่งกีดขวาง ทางคดเคี้ยวหรือแคบตรงช่วงใด
– ควรติดตามสภาพลมฟ้าอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นประจำ
– ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำไหลเชี่ยวหรือมีกระแสน้ำวน
– ถ้าขับเรือในเวลากลางคืน หรือฝนตกหนัก หรือมีหมอกจัด ควรเปิดสัญญาณ

Post Author: U5Nb3b