เซ็กส์หลังคลอด…เมื่อไรดี

หลังคลอดคุณแม่มือใหม่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย รวมทั้งความอ่อนล้าจากการคลอดและเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อย ก็อาจทำอารมณ์รักระหว่างคุณและคุณพ่อคนใหม่ลดน้อยลงไป อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณอาจเริ่มสงสัยว่าการกลับไปมีเพศสัมพันธ์อีกครั้งหลังคลอดเป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่

ในกรณีที่คุณแม่คลอดธรรมชาติ คุณอาจกังวลว่าแผลฝีเย็นจะทำให้คุณรู้สึกเจ็บหรือเปล่า หากนี่คือสิ่งที่คุณกำลังตั้งคำถามแต่ไม่รู้จะไปถามใคร บทความนี้อาจให้คำตอบกับคุณได้ค่ะ

เมื่อไรจึงจะมีเพศสัมพันธ์ได้อีกครั้ง

          คุณควรรอให้น้ำคาวปลา หรือเลือดคล้ายประจำเดือนที่ออกมาหลังคลอดหมดเสียก่อน โดยทั่วไปประมาณ 3 สัปดาห์หลังคลอด เพราะในช่วงนี้มดลูกยังคงมีบาดแผลจากการคลอดรก หากคุณมีเพศสัมพันธ์ก่อนที่น้ำคาวปลาจะหมด ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

ทำไมจึงรู้สึกไม่มีอารมณ์หลังคลอด

          เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคุณแม่คนใหม่ (และคุณพ่อคนใหม่) ที่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย การ อดหลับอดนอน ปรับตัวให้เข้ากับตารางชีวิตของเจ้าตัวน้อย อาจทำให้คุณอ่อนล้าเกินกว่าจะมีอารมณ์โรแมนติคใดๆ ซึ่งหากคุณมีอาการดังกล่าว ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณผิดปกติค่ะ อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป หากคุณยังไม่พร้อมที่จะใกล้ชิดกับคู่ของคุณ ก็ควรพูดจากันให้เข้าใจ อย่าเร่งรัดตัวเอง คู่รักส่วนใหญ่ จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์อีกครั้งหลังคลอดประมาณ 3 เดือน แต่หากคุณพร้อมก่อนหรือหลังจากนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใด ให้เวลากับตัวเองสักพักทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางในที่สุด

ข้อควรระวัง : หากคุณเริ่มมีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง และรู้สึกเจ็บ อย่าฝืน คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะหากคุณคลอดธรรมชาติแผลฝีเย็บอาจเป็นสาเหตุของความเจ็บนั้น การได้ผ่าตัดอีกครั้งจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ นอกจากนี้ หลังจากมีเพศสัมพันธ์หากคุณมีของเหลวกลิ่นไม่น่าพึงประสงค์ออกมาจากช่องคลอด นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณมีการติดเชื้อ ควรรีบพบแพทย์ รวมทั้งหากยังคงมีเลือดออกจากช่องคลอดนานเกิน 4 สัปดาห์หลังคลอด หรือจู่ๆ ก็มีเลือดออกมาปริมาณมาก ควรรีบพบแพทย์เช่นกัน

สร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อรักผิดหวัง

พูดถึงความรัก มักเป็นสิ่งสวยงาม น่าทะนุถนอม เกิดขึ้นกับใคร โลกช่างสวยงาม น่าอยู่ แต่มีใครเคยคิดหรือไม่ว่า หากเราไม่สมหวังกับความรักที่วาดฝันไว้  เราจะสามารถรับมือและเตรียมความพร้อมกันอย่างไร

สำหรับเรื่องความรัก ใครๆ ก็ต้องการความสมหวังกันทั้งนั้น ในที่นี้ขอพูดถึง ความรักของหนุ่มสาวหรือคู่รักที่ตัดสินใจจะร่วมกันดำเนินชีวิตคู่  มิใช่ความรักของพ่อแม่ต่อบุตร ซึ่งเป็นความรักที่บริสุทธิ์และไม่เคยหวังผลตอบแทน

การมีความรักแบบคู่รักนั้น เราต้องเข้าใจตัวเราเองและคนที่เป็นคู่รักของเราอย่างดีเสียก่อน  เพราะทำให้ความรักของเราไม่เกิดปัญหา ที่มาจากความไม่เข้าใจกัน  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะพยายามทำความเข้าใจในกันแล้ว บางครั้งก็ยังอาจมีเรื่องที่ทำให้ต้องขัดแย้งกันจนเสียน้ำตา

การเสียน้ำตาจากความขัดแย้งหรือไม่เข้าใจกันในความรักนั้น อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เนื่องจากคนเราล้วนมีความแตกต่างกัน มีความเป็นตัวของตัวเองไม่เท่ากัน มีพื้นฐานนิสัยใจคอ อารมณ์หรือพฤติกรรมต่างๆไม่เหมือนกัน เมื่อมาอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิด ย่อมเกิดความขัดแย้งบ้างไม่มากก็น้อย

สำคัญอยู่ที่ว่า เราเรียนรู้จากเรื่องความขัดแย้งและความเสียใจหรือไม่ แล้วนำมาเป็นบทเรียนสำหรับการเพิ่มความเข้มแข็งในจิตใจต่อไป

การเกิดความเจ็บปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจเปรียบเสมือนเป็นการได้รับวัคซีน เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ความเจ็บปวดหรือความเสียใจจากความรักในครั้งก่อน สามารถนำมาเป็นบทเรียนเพื่อเรียนรู้ในการจัดการกับความขัดแย้งในครั้งต่อไปได้ เหมือนเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้เข้มแข็งและอดทนต่อความไม่สมหวังหรือความขัดแย้งได้เก่งขึ้น

การอยู่ร่วมกันต้องการความอดทน ความอดทน คือ การฝึกเผชิญกับความขัดแย้งบ่อยๆจนรู้สึกเคยชินหรือสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เลวร้ายให้กลับมาเป็นไปในทางที่เราต้องการได้  เรียกว่า ทุกนาทีมีคุณค่า อย่าปล่อยให้เสียเวลาไปเฉยๆ เราสามารถเรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งต่อไปได้เสมอ ถ้าเราปรับมุมมองให้เป็นบวก

ความเสียใจจากความขัดแย้งหรือผิดหวังเรื่องความรัก โดยเฉพาะในรักครั้งแรก มักทำให้เรารู้สึกทนไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีจิตใจไม่เข้มแข็งหรือไม่มีภูมิคุ้มกันทางใจ ก็อาจตัดสินใจทำร้ายตนเอง หรือทำร้ายคู่รักด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ขาดความยั้งคิดไตร่ตรอง ถ้าหากเรามีวัคซีนใจที่ค่อยๆ ทำให้จิตใจของเราเข้มแข็งขึ้นมา เราก็จะสามารถผ่านความเศร้าเสียใจหรือผิดหวังครั้งนั้นไปได้

พึงระลึกไว้เสมอว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน หรือเป็นไปตามที่เราคาดหวังทุกเมื่อ ขอให้เตรียมใจ และเตรียมรับมือกับทุกเหตุการณ์ในวันข้างหน้า  เพียงมองโลกในแง่ที่ดี แล้วเราก็จะได้รับสิ่งที่ดีจากด้านที่มองนั่นเอง

เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ผู้หญิง ก็ทำได้ด้วย Tips ง่ายๆ เที่ยวสบายปลอดภัย

เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ผู้หญิง ก็ทำได้ด้วย Tips ง่ายๆ เที่ยวสบายปลอดภัย
เพื่อนไม่ว่าง แฟนไม่มี อย่าได้กลัว เพราะเรารวมข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการ เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ผู้หญิง ก็ทำได้สบาย เอาไว้แล้วที่นี่ รับรองว่าญี่ปุ่นจะสะดวกปลอดภัย สวยงาม สนุก จนต้องติดใจ
ประเทศญี่ปุ่นจัดเป็นจุดหมายในการท่องเที่ยวของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะสาวๆ เพราะมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เทคโนโลยีทันสมัย มีวิวสวยน่าถ่ายภาพ อาหารอร่อย ที่สำคัญมีเครื่องสำอางให้เลือกซื้อมากมาย ทว่าบางคนก็อาจมีวันหยุด หรือช่วงเวลาเที่ยวไม่ตรงกับเพื่อนหรือแฟน หรือสาวโสดบางคนอาจอยากลองสัมผัสประสบการณ์การ เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ผู้หญิง บางคนอาจมีความกังวล อยากบอกว่า อย่ากังวลไปเพราะญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง แต่ถ้ายังไม่ชัวร์ ลองดูข้อแนะนำต่างๆ ของเราก่อนวางแผนเที่ยว รับรองว่าทำได้ไม่พัง

1เลือกจุดหมายให้อยู่ในเมือง การคมนาคมสะดวก
การเลือกเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสาวๆ ที่ต้องการไปเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียวนั้น สามารถเลือกได้หลากหลายตามความชอบ ทว่าจุดสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในตัวเมือง หรือที่ซึ่งมีการคมนาคมและขนส่งมวลชนที่สะดวก เช่นรถไฟฟ้า รถบัส รถราง เป็นต้น
โตเกียว เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางเที่ยวที่ญี่ปุ่นครั้งแรกคนเดียว เพราะมีหลากหลายสถานที่ ครบทั้ง ชม ชิลล์ ช๊อป และความสะดวกสะบาย หรือเลือกย่านที่เดินทางสะดวกในการเดินทาง เท่านี้การเที่ยวคนเดียวก็ง่ายกว่าที่คิิด

2เลือกที่พักที่เหมาะสม และปลอดภัย
ที่ญี่ปุ่นนั้นมีที่พักที่หลากหลายเหมาะสำหรับความต้องการที่แตกต่าง สำหรับสาวๆ ที่รักความเป็นส่วนตัวก็ควรเลือกห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำในตัว ซื่งราคานั้นก็มีตั้งแต่ 4000 เยน ขึ้นไป ราคาขึ้นอยู่กับขนาดห้องและสิ่งอำนวยความสะดวก ส่วนใครที่ต้องการพักแบบประหยัดสามารถเลือก hostel หรือ capsule hotel หรือ guesthouse ซึ่งจะต้องใช้ห้องน้ำรวม หรือนอนเตียงรวม ทว่าก็เลือกที่เป็นแบบผู้หญิงล้วนได้ ส่วนของความปลอดภัยก็จัดเต็ม ล็อกเกอร์เก็บของก็มีให้ใช้ ข้อดีคืออาจจะได้เพื่อนสาวคนใหม่ จุดสำคัญสำหรับผู้หญิงที่ไปเที่ยวคนเดียว คือการเลือกที่พักสำหรับสุภาพสตรีก็จะดีต่อความมั่นใจ

รีวิว Tokachi เปิดมุมใหม่ฮอกไกโด กับกิจกรรม ธรรมชาติที่ต้องหลงรัก

 

รีวิว Tokachi เปิดมุมใหม่ฮอกไกโด กับกิจกรรม ธรรมชาติที่ต้องหลงรัก
หนาวนี้เราส่งตัวแทนบุกไปถึงฮอกไกโดสัมผัสความงามท่ามกลางฤดูหนาวที่ Tokachi มุมใหม่ของฮอกไกโดที่รอให้คุณไปสัมผัส ครบทั้งความงามตามธรรมชาติ ออนเซ็นเลื่องชื่อ อาหารคุณภาพเยี่ยม และกิจกรรมสุดสนุกตอบโจทย์ทุกความชอบ เข้ามาดูแล้วคุณจะหลงโทคาจิ ( Tokachi /十勝総合振興局) เป็นกิ่งจังหวัดของฮอกไกโด ซึ่งมีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 ปัจจุบันนั้นมีพื้นที่ 10,831.24 ตร.กม. เมืองนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของทัศนียภาพอันงดงาม มีธรรมชาติอันสมบูรณ์พร้อม

เพราะเป็นเมืองที่ไม่แออัดมาก ที่สำคัญสวยงามทั้งยามที่มีและไม่มีหิมะ เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ขึ้นเชื่อในเรื่องอาการไม่แพ้ส่วนอื่นของฮอกไกโดศูนย์กลางของ โทคาจิ คือ เมือง Obihiro ซึ่งมีสถานีรถไฟ JR Obihiro การเดินทางสู่ โทคาจิจึงค่อนข้างสะดวกสะบาย นอกจากนี้ยังมีรถบัสวิ่งรอบๆ เมืองผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งเราจะสรุปการเดินทางเอาไว้ที่ท้ายบทความ เพราะเราจะพาคุณเที่ยวให้ฟินก่อน เอาล่ะตามมาเลยประเดิมที่แรกของทริป ขอพาเพื่อนๆมาเที่ยวที่ทะเลสาบ Shikaribetsu ณ เวลาที่ไปเที่ยวทะเลสาบนั้นได้เปลี่ยนสภาพเป็นหิมะขาวโพลน และกลายเป็นพื้นที่ที่เดินเล่นได้แบบสบายๆ ในฤดูหนาว โดยเราเดินทางมาถึงที่โรงแรมในเวลาเย็นๆ จากวิวของโรงแรมมองไปจะเห็นการก่อสร้างหมู่บ้านทะเลสาบหิมะอยู่ทะเลสาบ Shikaribetsu

ตั้งอยู่ที่เมือง Shikaoi ขึ้นมาจากศูนย์กลางของ Tokachi ไม่มาก เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในช่วงที่อากาศยังอุ่นๆ อยู่ที่นี่นับเป็นสถานที่ซึ่งมีความงดงามตามธรรมชาติ ระบบนิเวศน์ก็สมบูรณ์ทั้งพืชและสัตว์ จึงเป็นอีกจุดที่คนนิยมมาตั้งแคมป์อย่างที่ได้เห็นในภาพว่าที่นี่จะกลายร่างเป็นลานกว้างในยามฤดูหนาว เสน่ห์ความสวยงามของสีขาวและหิมะที่โปรยปรายทำเอาคนเมืองร้อนอย่างเราแทบตะลึง อุณหภูมิที่หนาวเย็นถึงขึ้นติดลิบไม่ได้ให้เพียงความหนาว เพราะคุณจะเห็นเกล็ดน้ำแข็งที่สวยงามได้ที่นี่ รวมถึงปุยหิมะนุ่มสีขาวบริสุทธิ์ไฮไลต์เด็ดของที่นี่คงหนีไม่พ้น Shikaribetsu kotan (然別湖コタン) ที่จะมีการสร้างหมู่บ้านน้ำแข็งขึ้นบนทะเลสาบหิมะแห่งนี้ โดยจะมีกิจกรรมต่างๆมากมาย เป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจไม่แพ้เทศกาลหิมะที่ไหนหนึ่งในนั้นคือการแกะสลักแก้วจากหิมะ โดยเค้าจะสอนเทคนิคให้แก่แราแล้วให้เราแกะแบบฟรีสไตล์ ซึ่งต้องไม่บางเกินเพราะจะแตก เห็นตัวอย่างเหมือนง่ายพอลองทำเองเหงื่อตกเลยล่ะ พอจะดูออกไหมนะว่าเป็นรูปอะไร

3 ที่สุดแห่ง ร้านอาหารโกเบ ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

3 ที่สุดแห่ง ร้านอาหารโกเบ ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
เมื่อโกเบไม่ได้มีดีแค่ ‘เนื้อโกเบ’ เท่านั้น ! วันนี้เราจึงขอพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักและสร้างความสนิทสนมกับเมืองโกเบกันให้มากขึ้นอีกนิดด้วยการแนะนำร้านอาหารแสนอร่อยทั้ง 3 ร้านที่แต่ละร้านต่างมีจุดเด่นที่ต่างกันไป โดยทุกร้านสามารถนำเสนอความเป็นโกเบออกมาได้อย่างน่าสนใจมาก ๆ เลยล่ะ

Kobe (โกเบ) นั้นถือเป็นเมืองท่าแห่งภูมิภาคคันไซที่หลายคนรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อนี้ในฐานะที่เป็นเมืองของเนื้อชั้นดีหรือที่เราพูดกันติดปากว่า ‘เนื้อโกเบ’ นั่นเอง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าโกเบแห่งนี้มีอะไรที่น่าสนใจและน่าค้นหามากไปกว่าเนื้อวัวด้วยความที่โกเบเป็นเมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่นมาเป็นระยะเวลายาวนานทำให้ที่นี่เป็นแหล่งที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทำธุรกิจเป็นจำนวนมากจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่เราจะเห็นวัฒนธรรมจากฝั่งตะวันตกแทรกซึมอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในเมืองไม่ว่าจะเป็นในด้านวัฒนธรรม อาหาร สิ่งก่อสร้าง และอื่น ๆ

ในวันนี้เราขอพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักและสร้างความสนิทสนมกับเมืองโกเบกันให้มากขึ้นอีกนิดด้วยการแนะนำร้านอาหารแสนอร่อยทั้ง 3 ร้านที่แต่ละร้านต่างมีจุดเด่นที่ต่างกันไป ซึ่งทุกร้านสามารถนำเสนอความเป็นโกเบออกมาได้อย่างน่าสนใจเริ่มต้นกันที่แห่งแรกกับร้าน Tooth Tooth Maison 15th ที่ในอดีตเคยเป็นบ้านหลังเก่าแห่งโกเบที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นโดยมีชื่อเดิมว่า Kyu Kobe Kyoryuchi 15 Ban Kanบ้านแห่งนี้มีการออกแบบในสไตล์โคโลเนียลหรือที่แปลเป็นไทยว่าศิลปะแบบอาณานิคม เป็นสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงล่าอาณานิคมของมหาอำนาจชาวตะวันตกที่เข้ามายึดครองพื้นที่และปลูกสร้างสิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ เอาไว้ โดยมีลักษณะการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างศิลปะจากตะวันตกร่วมกับศิลปะของช่างฝีมือท้องถิ่น

บุก Arima Onsen แช่ออนเซ็นจักรพรรดิ พร้อมทัวร์เพลินย่านเก่าแก่แห่งโกเบ

บุก Arima Onsen แช่ออนเซ็นจักรพรรดิ พร้อมทัวร์เพลินย่านเก่าแก่แห่งโกเบขอพาทุกคนไปสัมผัสกับวัฒนธรรมเก่าแก่อันดีงามของชาวญี่ปุ่นอย่างการแช่ออนเซ็นผ่อนคลายสบายผิวที่ Arima Onsen ย่านออนเซ็นบรรยากาศดีแห่งเมืองโกเบ พร้อมรายล้อมสถานที่ท่องเที่ยวเก๋ ๆ ที่ต้องลองไปเที่ยวดูสักครั้งการแช่ออนเซ็นคืออะไร

หรือแช่ออนเซ็นเป็นวัฒนธรรมที่ชาวญี่ปุ่นปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่โบร่ำโบราณ โดยการแช่ออนเซ็นก็คือการลงแช่น้ำในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติด้วยร่างกายเปลือยเปล่าเพื่อเพิ่มความผ่อนคลายให้ร่างกายและผิวหนัง ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งบ่อน้ำพุร้อน ภายในประเทศจึงมีบ่อน้ำพุร้อนหลายแห่ง โดยน้ำร้อนในแต่ละบ่อก็จะมีสีและมีแร่ธาตุที่แตกต่างกัน

ความมหัศจรรย์ของการแช่ออนเซ็นจึงมีมากกว่าการช่วยผ่อนคลายร่างกาย เพราะยังช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งและบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ อีกด้วยการแช่ออนเซ็นถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่หากได้มาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นก็ควรลองดูสักครั้งหนึ่ง เพราะถือว่าจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมดั้งเดิมที่น่าสนใจของชาวญี่ปุ่นนั่นเอง เราจึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับย่านออนเซ็นแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมืองโกเบอย่าง Arima Onsen (อะริมะออนเซ็น) ให้ทุกคนได้รู้จักกัน

เพลิดเพลินวันหยุด ชมธรรมชาติ ณ ภูเขา Rokko จุดสูงสุดของ โกเบ

เพลิดเพลินวันหยุด ชมธรรมชาติ ณ ภูเขา Rokko จุดสูงสุดของ โกเบ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันภูเขา Rokko คือสถานที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและเป็นจุดกินลมชมวิวที่ดึงดูดทั้งคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ จุดพักผ่อนสบายๆ ที่ว่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวอังกฤษที่เข้ามาในเมืองโกเบในช่วงที่เริ่มเปิดตัวเป็นเมืองท่าต้อนรับชาวต่างชาตินั่นเอง

Contents Index

1. Rokko Cable Car : ชมวิวภูเขา Rokko
2. Tenran cafe : ชมวิวสวยพร้อมอิ่มท้อง
3. Musical box museum : พิพิธภัณฑ์แห่งเสียงดนตรี
4. Rokko garden terrace : จุดชมวิวแสนสวย
5. Granite cafe : อร่อยเพลิน สบายใจ
6. Rokko Snow Park : สกีสนุกบนยอดเขาใกล้เมืองโกเบและโอซาก้า
ภูเขา Rokko เป็นจุดท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิตที่สวยงามแห่งหนึ่งในเมืองโกเบ บนภูเขาจะมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และจุดชมวิวอันงดงามที่เราจะได้เห็นทิวทัศน์ของป่าสีเขียวและวิวของเมืองโกเบแสนสวย และถ้าหากเราขึ้นมาชมในยามค่ำคืนเราก็จะได้เห็นความสวยงามของเมืองโกเบในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจุดชมวิวยามค่ำคืนของภูเขาแห่งนี้นั้น ถือเป็นจุดชมวิวเมืองยามค่ำคืนที่สวยที่สุด 1 ใน 3 แห่งของสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

ก่อนที่เราจะไปท่องเที่ยวบนภูเขา Rokko กันนั้น เราจะต้องอาศัยตัวช่วยอย่าง Rokko Cable Car เพื่อพาเราขึ้นไปยังบนภูเขา ซึ่งการขึ้นรถรางหรือ Cable Car นั้นก็ถือเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่จะพาให้เราเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์สวย ๆ บริเวณเขา Rokko
หน้าตาของ Cable Car ที่ว่านี้ก็เหมือนกับรถรางที่มีหน้าที่พาเราค่อย ๆ เคลื่อนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ไปบนภูเขานจากนั้นประมาณ 10 นาทีรถรางก็จะพาเราขึ้นไปบนภูเขา จุดที่เราสามารถชมวิวทิวทัศน์เบื้องล่างได้อย่างสวยงาม และเป็นจุดเชื่อมต่อเพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวบนเขาอีกด้วย

ข้าวกล่องรถไฟ สดอร่อยสุดฟิน จากโอซาก้า และคันไซ

ข้าวกล่องรถไฟ สดอร่อยสุดฟิน จากโอซาก้า และคันไซ
เนื้อโกเบเป็นเนื้อคุณภาพเยี่ยมที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ ทางผู้ผลิตจึงไม่พลาดจะจับมาทำเมนูข้าวกล่องรถไฟแสนน่ารับประทานที่คัดสรรค์เนื้อคุณภาพเยี่ยมให้มาแบบชิ้นใหญ่เต็มคำ หมักเครื่องปรุ่งสุดอร่อยโปะมาบนข้าวญี่ปุ่นหอมน่ารับประทาน เพิ่มคุณค่าอาหารด้วยผักเครื่องเคียงสเต็กที่สุกนุ่มเข้ากันดี เป็นพรีเมี่ยมเมนูที่เสิร์ฟให้คุณอร่อยได้แบบราคาที่ไม่แรงนัก คอเนื้อห้ามพลาด

ราคากล่องละ 1,350 เยน

2ซุชิปลาทรายแดง (小鯛雀寿司) ของดีสถานีวากายามะ

มาที่เมนูปลากับซูชิปลาทรายแดงของดีสถานีวากายามะ เรื่องความสดนี่ยกให้เค้าเพราะทำแบบวันต่อวัน มาในแพคเกจที่มีเสน่ห์ในแบบญี่ปุ่น ใครชอบซูชิรับรองต้องถูกปากเพราะข้าวญี่ปุ่นหอมกรุ่นได้คลุกเคล้าน้ำส้มสายชูกลมกล่อมกำลังดี ท็อปด้วยปลาชิ้นใหญ่ เข้ากันเป็นอย่างดี

ราคากล่องละ 1,050 เยน

3ซูชิห่อใบพลับ (柿の葉寿し) ของดีสถานี นารา

5d4850597053dd7cfff0d51f2edda7eb
Cr: 1242.com

15072d7191c19-f4a0-4ab2-b255-4d4e246338ea_m
Cr: retrip.jp

สำหรับแถบเกียวโต นารา นั้นจะมีเมนูอาหารเฉพาะถิ่น เช่น เกียวซูชิที่เป็นรูปแบบเกียวโต หรือซูชิที่ห่อด้วยใบไม้เป็นเอกลักษณ์หากใครอยากลิ้มลอง สถานีนารามีเมนู ข้าวกล่องรถไฟ ซูชิห่อใบพลับ ที่ดูดั้งเดิมตั้งแต่แพคเกจ ดูน่ารับประทาน ข้าวญี่ปุ่นนุ่มหอมเคล้าเครื่องปรุงสูตรเก่าแก่ พร้อมปลาทั้งซาบะ แซลมอน ห่อเป็นสี่เหลี่ยมด้วยใบพลับ อร่อยเต็มคำใหญ่กว่าซูชิทั่วไป น่ากินสุดๆ

ราคากล่องละ 980 เยน

4ข้าวหน้าเนื้อปรุงรส (近江牛大入飯) สถานี Maibara

omiusiooiri3
Cr: jovhouse.blog21.fc2.com

ข้าวหน้าเนื้อรสชาติเข้มข้นที่นำข้าวไปหุงกับเครื่องเทศจนได้สีเหลืองกลิ่นหอมยวนใจ ราดด้วยเนื้อสไลด์ปรุงรสถึงเครื่องเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เนื้อพรีเมียมนุ่มเป็นเอกลักษณ์ อร่อยถูกใจทานได้เพลินระหว่างเดินทาง ให้มาในปริมาณจุใจแต่ความอร่อยจะทำให้คุณกินเพลินจนหมดกล่อง

ราคากล่องละ 1,100 เยน

5ซูชิปลาเทราท์ (元祖鱒寿し) สถานี Maibara

เรื่องความสดใหม่เมนูนี้ได้คะแนนไปเต็มๆ จัดเรียงปลาสดโปะลงบนข้าวญี่ปุ่นหอมนุ่ม เรียงเต็มกล่องให้คุณสัมผัสความอร่อยของซูชิระหว่างการเดินทาง กัดอร่อยเต็มคำ อิ่มท้องแบบสบายๆ ในราคาชิลล์ชิลล์

ราคากล่องละ 1,100 เยน

6ข้าวหน้าเนื้อเทอริยากิ (京都牛膳) ของดีสถานีเกียวโต

อย่าเพิ่งเบื่อข้าวหน้าเนื้อเพราะเมนูนี้คือเนื้อสไลด์คุณภาพดีปรุงซอสเทอริยากิพร้อมเครื่องปรุ่งสูตรเฉพาะแบบเข้มข้นจนได้รสชาติเผ็ดนิดๆ ติดลิ้น ราดลงบนข้าวญี่ปุ่นหอมกรุ่น พร้อมผักดองเครื่องเคียงเข้ากันเป็นส่วนผสมที่แสนลงตัว เป็นเมนู ข้าวกล่องรถไฟ ที่ไม่ควรพลาดของเกียวโตเลยล่ะ

ราคากล่องละ 1,000 เยน

7เมนูตระกร้าไผ่แสนอร่อย (竹籠弁当) ของดีสถานีเกียวโต

เมนูนี้โดดเด่นด้วยแพคเก็จ มากับห่อข้าวที่แกะออกมาเปิดฝาจะเจอกับตะกร้าไผ่แบบดั้งเดิมให้บรรยากาศย้อนความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม ด้านในเป็นข้าวปั้นและข้าวห่อสาหร่าย พร้อมกับหลากหลาย ทั้งไข่หวาน ปลาซาบะย่าง เต้าหู้ กุ้ง มะเขือม่วงและอื่นๆ ที่อร่อยลงตัวเข้ากันได้ดี นั่งกินไปชมบรรยากาศระหว่างเดินทางได้ฟีลลิ่งดีนักแลราคากล่องละ 1,000 เยน

8ชุดอาหารกลางวันกล่องแปดเหลี่ยม ของดีสถานีชินโอซาก้า

ใครชอบกับหลายๆ อย่าง เมนูนี้จัดเต็มให้เต็มกล่องการันตีความอร่อยยาวนานตั้งแต่ปี 1974 เป็นข้าวกล่องรวมดาวความอร่อย หมู กุ้ง ไข่หวาน ปลา ลูกชิ้น ผัดผัก เป็นเมนูวาไรตี้รสชาติกลมกล่อมสำหรับใครชอบกับเยอะๆ แต่กินในปริมาณกำลังดี มาในกล่องสีไม้ดูเป็นแบบดั้งเดิม เป็นของดีโอซาก้าเลยก็ว่าได้

ราคากล่องละ 1,200 เยน

9ข้าวหม้อดินหน้าปลาหมึก (ひっぱりだこ飯)

ข้าวหม้อดินหน้าปลาหมึก ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างด้วยภาชนะบรรจุที่มองไปก็คล้ายกับโอ่งจิ๋วบ้านเรา แต่ความจริงแล้วมันถูกทำขึ้นเลียนแบบอุปกรณ์จับปลาหมึกในสมัยโบราณนั่นเอง ภายในอัดแน่นไปด้วยข้าว ปลาไหลทะเล ปลาหมึก และผักนานาชนิด คล้ายข้าวอบหม้อดิน รสชาติอร่อยกลมกล่อมออกเค็มนิด ๆ ซึ่งน่าจะถูกใจชาวไทยอย่างเรา

msig ประกันเดินทาง เที่ยวญี่ปุ่นอุ่นใจ คุ้มครองครอบคลุมในราคาเบาๆ

msig ประกันเดินทาง เที่ยวญี่ปุ่นอุ่นใจ คุ้มครองครอบคลุมในราคาเบาๆ
จากข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนที่มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งโชคร้ายจากอาการเจ็บป่วยระหว่างการท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นเหตุฉุกเฉินที่ใครๆ ก็ไม่อยากเผชิญกับมัน สำหรับใครที่กำลังเดินทางก็อาจหวั่นใจถึงเหตุไม่คาดคิด วันนี้เราจึงของนำเสนอหนทางการป้องกันปัญหาต่างๆ ระหว่างการเดินทางด้วย msig ประกันเดินทาง ราคาคุ้มค่าที่คนจะเดินทางไปญี่ปุ่นหลายคนโหวตว่าเป็นประกันเจ้าที่ดีทีเดียว

รู้จักประกันการเดินทาง

หลายคนคงเคยทำประกันชีวิต และประกันในกรณีต่างๆ กันมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ ทว่าประกันส่วนใหญ่ที่ทำไว้นั้นมักไม่ได้ครอบคลุมถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ นี่เป็นสาเหตุที่ ประกันการเดินทางนั้นเริ่มมีความสำคัญเข้ามาในฐานะ ตัวช่วย ที่ทำให้คุณอุ่นใจ เพราะระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนนั้นเราไม่อาจทราบได้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง

ประกันเดินทาง ตัวเลือกสำหรับคนเตรียมเที่ยว

ถ้าพูดกันถึงประกันการเดินทางเจ้าที่ซื้อง่าย และ ครอบคลุม ที่ทีมเที่ยวญี่ปุ่นโหวตว่ามันช่างดีงามคงหนีไม่พ้น msig ประกันเดินทาง ที่เราเลือกแพคเกจได้หลากหลาย ที่สำคัญไม่ต้องผ่านตัวแทน สไลด์มือถือ กดคอมก็ซื้อได้ ตัวประกันนั้นแบ่งออกเป็น

ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ – แบบรายเที่ยว
แผนแบบนี้ชื่อก็บอกว่ารายเที่ยว คือใช้ใช้ทริปเดียว ประกันอนุญาติให้ทำทั้ง แบบเดี่ยว แบบกลุ่ม ทั้งเพื่อท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจ หรือดูงาน ก็ได้

ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ – แบบรายปี
อันนี้เป็นประกันการเดินทางสำหรับ คนทีมีทริปหรืองานที่ต้องเดินทางรัวๆ ที่ให้ความคุ้มครองเต็มรูปแบบ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง การเดินทางต่อปี และสามารถเดินทางสูงสุด 120 วัน/ครั้ง

ทริคเด็ด 4 วิธี ดื่มเบียร์เย็นๆ ชื่นใจ

ทริคเด็ด 4 วิธี ดื่มเบียร์เย็นๆ ชื่นใจ
สำหรับใครที่ชอบดื่มเบียร์เป็นชีวิตจิตใจ เบียร์ต้องเย็นถึงจะดื่มแล้วมีอรรถรส เบียร์ไม่เย็นนี่คือจบ และเบียร์ใส่น้ำแข็งก็เป็นอะไรที่เสียรสชาติแบบสุดๆ ที่คนไทยบางคนทานได้ แต่บอกให้เลยว่าต่างชาติร้องยี้กันทั้งนั้น ไม่แน่ใจว่า ไทยเป็นประเทศเดียวที่ทานเบียร์ใส่น้ำแข็งได้หรือเปล่า แต่ถ้าเกิดเบียร์ไม่เย็นและเราอยากกินล่ะ จะทำอย่างไร เรามีวิธีทำให้เบียร์เย็นเร็วขึ้น และวิธีนี้ก็ใช้สำหรับเครื่องดื่มอื่นๆ ได้เช่นกันครับ

ใช้เกลือ
วิธีนี้ไม่ต้องใช้ตู้เย็นเลย แค่ใช้ถังใส่น้ำแข็ง และใส่เกลือลงไป 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำขวดน้ำหรือเครื่องดื่มแช่ไว้ เกลือจะทำให้จุดเยือกแข็งต่ำลง แช่แค่ไม่กี่นาทีเครื่องดื่มจะเย็นจับใจเลยล่ะครับ

เบียร์เย็นๆ-1

แช่น้ำก่อนเอาเข้าตู้เย็น
เพราะน้ำที่แช่ตอนแรกจะทำให้ความร้อนในน้ำที่เราแช่กระจายออกมา พอเครื่องดื่มที่เราต้องการแช่มีความร้อนน้อยลง เมื่อนำไปแช่ตู้เย็นก็จะเย็นเร็วขึ้น

เบียร์เย็นๆ-2

ผ้าขนหนูชุบน้ำ
ให้เพื่อนๆ นำผ้าขนหนูหรือทิชชู่แผ่นใหญ่ชุบน้ำจากนั้นนำไปห่อขวดเครื่องดื่ม ห่อให้มิดชิด และนำเข้าช่องแช่แข็ง หลักการคือความร้อนจากขวดเครื่องดื่ม จะระเหยออกมาสู่สิ่งที่ห่อไว้ และจะทำให้เครื่องดื่มเย็นเร็วขึ้นโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ถ้านานกว่านี้ มีสิทธิ์ระเบิดได้นะครับ

เบียร์เย็นๆ-3

ปล่อยน้ำไหลผ่าน
วิธีนี้เป็นการนำความร้อนในเครื่องดื่มออกมา โดยใช้ผ้าห่อเครื่องดื่มและใช้เชือกผูกไว้ เพียงแค่นี้ก็จะได้จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ แล้วล่ะครับ วิธีนี้ เหมาะกับเวลาไปเที่ยวน้ำตกหรือที่ๆ มีลำธารน้ำไหล